Enter conteคงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า net-primarily based media (nt title here...

4.5
Enter conteคงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า net-primarily based media (nt title here...

คงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า net-primarily based media ( โซเชียลมีเดีย ) ได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในวิธีการมีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลอื่น ตั้งแต่การแบ่งปันความคิดและภาพถ

Start typing here! You can add more paragraphs, images, videos, and more by clicking the icons in the toolbar!

พวกคลั่งใคล้ความเร็ว: อัตราการสื่อสารที่เพิ่มขึ้น

สิ่งที่ web-primarily based absolutely media ( โซเชียลมีเดีย ) ทำคือทำให้เราสามารถติดต่อสื่อสารกับผู้คนจำนวนมากจนถึงระดับโลกเปรียบเทียบกับที่เราเคยติดต่อสื่อสารได้แค่ในระดับท้องถิ่น นี่เป็นการดีเมื่อมันหมายถึงการที่เราสามารถรักษามิตรภาพให้เหนียวแน่นอยู่ได้ผ่านระยะทางที่ยาวไกลเหลือประมาณ แต่มันก็เป็นการเพิ่มขึ้นของความต้องการของแต่ละบุคคลในการที่จะรักษามิตรภาพขนาดมหึมาของตนให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างเช่น ในสหราชอาณาจักรนั้นค่าเฉลี่ยของจำนวนเพื่อนของแต่ละบุคคลบนตกอยู่ที่ three hundred คนโดยประมาณ ถึงแม้ว่าที่จริงคุณจะมีเพื่อนจริงๆ เพียง… สมมุติว่า 10% ของจำนวนดังกล่าว คุณก็ยังคงมีมิตรภาพที่ต้องพยายามรักษาไว้ถึง 30 คน ดูการ์ตูนฟรี

ผลที่ตามมา? ความเร็วในการติดต่อสื่อสารที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ Facebook ทำให้คุณติดต่อสื่อสารได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิผล และที่สำคัญที่สุดก็คือมีประสิทธิภาพ เพราะการแลกเปลี่ยนข้อเขียนต้องรวบรัดและถูกแบ่งปันระหว่างผองเพื่อนที่คุณติดต่อด้วยซึ่งหมายความว่าคุณมีจำเป็นต้องเขียนแค่เพียงครั้งเดียว บน Twitter มีการจำกัดตัวอักษรไว้เพียง a hundred and forty ตัว เพราะฉะนั้น ถึงแม้ว่าคุณจะไม่มีปัญหาเรื่องเวลาแต่คุณก็ต้องพยายามทำให้ข้อความของคุณสั้นกะทัดรัดอยู่ดี

Haha! OMG! TTYL!

ปัจจุบันนี้มีการนำเอา abbreviations (อักษรย่อที่เกิดจากการนำอักษรตัวแรกของแต่ละคำในประโยคมาสะกดเป็นคำใหม่) มาใช้แทนประโยคเต็มกันจนกลายเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว เช่น LOL (chortle out loud(หัวเราะเสียงดัง)) OMG (Oh my God(โอ… พระเจ้าช่วย)) TTYL(talk to you later(แล้วคุยกันใหม่)) เป็นเพียงตัวอย่างเล็กๆ น้อยๆ ที่แสดงให้เห็นว่า online media ทำให้สิ่งต่างๆ เร็วขึ้นด้วยการลดความจำเป็นในการเขียนวลียาวๆ และลดช่องว่างระหว่างคำลง

J หรือ L?

Emojis (รูปใบหน้าที่แสดงอารมณ์ต่างๆ เช่น หน้ายิ้ม หน้านิ่วคิ้วขมวด ซึ่งเกิดจากการผสมผสานระหว่างตัวอักษรต่างๆ ที่อยู่บนแป้นพิมพ์) และถูกนำมาใช้เพื่อถ่ายทอดความรู้สึกของผู้ใช้หรือแสดงเจตนารมณ์โดยไม่ต้องเขียนลงไป คุณอาจแย้งว่านี่เป็นรูปแบบการเขียนอย่างขี้เกียจแต่ internet-based totally media ไม่ใช่กระบวนการแห่งการสร้างสรรค์งานเขียน(อย่างน้อยก็ไม่ใช่ในแง่ของประเพณีนิยม) แต่เป็นวิธีการในการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้รับสารที่รวดเร็วและสะดวกสบายเท่านั้นเอง

ผลกระทบของเรื่องนี้ที่มีต่อวิธีการพูดในโลกของความเป็นจริง

ภาษาเป็นสิ่งที่วิวัฒน์ไปเรื่อยๆ มันคงไม่เข้าทีที่จะคิดว่าภาษาที่ใช้ใน internet-based totally totally media ไม่ได้มีผลต่อวิธีการใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันของเรา คงเป็นการดีที่จะมีการพิจารณาในแง่ที่ว่าผลกระทบที่ on-line media ( โซเชียลมีเดีย ) มีต่อวิธีการในการติดต่อสื่อสารนั้นมีมากน้อยเพียงใด

มีคำจำนวนมากเกิดจาก internet-primarily based definitely media ( โซเชียลมีเดีย ) และอินเตอร์เน็ตก็แพร่หลายจนกลายเป็นสิ่งปกติไปแล้ว คำเหล่านี้จึงกลายเป็นคำที่ได้รับความนิยมโดยที่เราไม่ทันได้รู้สึกตัว ตัวอย่างเล็กๆ น้อยๆ ของคำที่น่าสนใจซึ่งเกิดจากเทคโนโลยี ได้แก่ blogosphere (aggregate word สำหรับเว็บไซต์ส่วนตัวที่เรียกว่าบล็อก) savage (ใครบางคนที่สร้างความขัดแย้งออนไลน์ด้วยการเริ่มการโต้เถียงหรือทำให้สาธารณชนผิดหวัง) และ well-known expression (คำหรือวลีที่ได้รับความนิยมในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งหรือในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง) แม้แต่ abbreviation บางคำยังถูกนำมาใช้ในคำพูดที่ใช้กันในชีวิตประจำวัน เช่น 'haha' เป็นต้น

ปรากฏการณ์น่ารู้อีกอย่างหนึ่งซึ่งเราได้เห็นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้คือการกำหนดความหมายของคำที่ใช้กันอยู่ขึ้นมาใหม่และคำที่มาจากการที่แบรนด์ต่างๆกำหนดขึ้นใช้ใน net-primarily based media ( โซเชียลมีเดีย ) ของพวกเขา การกำหนดความหมายของคำขึ้นมาใหม่เป็นกระบวนการทางด้า